โครงการเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473

principle and reason

หลักการและเหตุผล

     ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอันเป็นผลจากการขยายอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งส่งผลต่อระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาค ขณะเดียวกัน สยาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก็อยู่ในช่วงของการปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการบริหารราชการ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษา การติดตามพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศในแถบอินโดจีน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส จึงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจบริบทของภูมิภาคและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น 
     การเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อ พ.ศ. 2473 จึงนับเป็นพระราชกรณียกิจที่มีความสำคัญยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย เพราะมิได้เป็นเพียงการเสด็จเยือนต่างประเทศ แต่ยังเป็นการทอดพระเนตรความก้าวหน้าด้านการบริหารราชการ การคมนาคม การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตผู้คนในแถบอินโดจีน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาพัฒนาการของภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสยามในการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้บริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
     ด้วยสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหน่วยงานสนับสนุนของมหาวิทยาลัยศิลปากรแห่งหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นจุดศูนย์รวมองค์ความรู้ของนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยฯ มุ่งสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ “Creative Learning Ecosystem” เปิดให้บริการพื้นที่เพื่อเอื้อให้เกิดการเรียนรู้สร้างสรรค์ ครอบคลุมการให้บริการทุกช่วงวัย อันจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้แก่ผู้ใช้ภายในและสังคมภายนอก และพื้นที่ภายในหอสมุดวังท่าพระยังถือเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)
     ดังนั้น ฝ่ายหอสมุดวังท่าพระ สำนักหอสมุดกลาง ร่วมกับคณะโบราณคดี ภาควิชาภาษาตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) และสำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จึงได้จัดเสวนาครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบริบททางประวัติศาสตร์ พัฒนาการทางการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และสังคมไทยในมิติต่าง ๆ

Objectvie

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเสด็จประพาสอินโดจีนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พ.ศ. 2473
  2. เพื่อศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีในบริบททางประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

strategic response

ตอบสนองยุทธศาสตร์

Project Responsible

ผู้รับผิดชอบโครงการ

ฝ่ายหอสมุดวังท่าพระ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร

ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

สำนักบรรณสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

location

สถานที่ดำเนินงาน

ฝ่ายหอสมุดวังท่าพระ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร

project success indicator

ตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการ

ผลตอบแทนทางสังคม (SROI)
กิจกรรมเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473
ทุกการลงทุน 1 บาท ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางสังคมเท่ากับ 1.04 บาท

ผลตอบแทนทางสังคม (SROI)
กิจกรรมชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7
ทุกการลงทุน 1 บาท ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางสังคมเท่ากับ 0.45 บาท

ผลการดำเนินงาน 
        โครงการเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 กันยายน 2569 โดยฝ่ายหอสมุดวังท่าพระ จัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับบริบททางประวัติศาสตร์ พัฒนาการทางการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และสังคมไทยในมิติต่าง ๆ โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
        1) กิจกรรมเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 50 คน มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม จำนวน 45 คน มีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.56)
       2) กิจกรรมชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 35 คน มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม จำนวน 24 คน มีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.33)
       จากการแจกแบบสอบถามแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ผลการประเมินกิจกรรมสามารถนำผลมาวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดังนี้

ผลการประเมินผู้เข้าร่วมโครงการโครงการเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473 นำผลมาวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดังนี้
         1. กิจกรรมเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473
          ผลการประเมินผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 45 คน นำผลมาวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดังนี้
          ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
         1.1 สถานภาพ พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473 ส่วนใหญ่มีสถานภาพเป็นบุคคลทั่วไป/อื่น ๆ จำนวน 29 คน ร้อยละ 64.45 รองลงมาเป็นศิษย์เก่า จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 นักศึกษาปริญญาตรี จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.44 นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.44 บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.44 นักเรียน/นักศึกษา/อาจารย์ต่างสถาบัน จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.44 อาจารย์ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.23 และนักศึกษาต่างชาติ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 2.23 แสดงเป็นตารางและแผนภูมิ ดังนี้

         1.2 อายุ พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473  ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 26.67 รองลงมาเป็นช่วงอายุ 31 – 40 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 22.22 ช่วงอายุ 41 – 50 ปี จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 17.78 ช่วงอายุ 20 – 30 ปี จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 17.78 และช่วงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 2 คน ร้อยละ 4.44 แสดงเป็นตารางและแผนภูมิ ดังนี้        

       ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473

          ผลวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจต่อกิจกรรม พบว่า มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.69 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีความพึงพอใจในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยดังนี้ คือ การได้รับประโยชน์/สอดคล้องกับความต้องการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 ความเหมาะสมของระยะเวลาการจัดกิจกรรม/โครงการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 ความเหมาะสมของสถานที่การจัดกิจกรรม/โครงการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 ความเหมาะสมของรูปแบบการจัดกิจกรรม/โครงการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.38 การนำความรู้มาปรับใช้และพัฒนาการดำเนินงาน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27 การประชาสัมพันธ์/แจ้งข่าวสารของกิจกรรม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.16

ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
       ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะอื่น ๆจำนวน 14 คน นำเสนอในประเด็นดังนี้ คือ ต่อไปน่าจะจัดเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ร.7 กับการบำรุงศิลปวัฒนธรรม เช่น งานด้านศิลปากรสถาน งานด้านราชบัณฑิตยสถาน งานด้านพิพิธภัณฑ์ (1 คน) จอมอนิเตอร์ต่ำไปนิด ผู้ฟังที่นั่งข้างหลังไม่เห็น หากมีการนำเสนอที่ต้องใช้จอมอนิเตอร์ ควรขยับให้สูงอีกนิด (1 คน) การจัดเสวนา เนื้อหาน่าสนใจ ได้รับความรู้ ข้อเสนอแนะอยากให้มีการจัดกิจกรรมเรื่อยๆ เช่น ร.1,2,3,4,5,6,7,8,9 (1 คน) ควรเพิ่มที่นั่งสำหรับคนฟังบรรยายหรือ เปิดลงทะเบียนเพื่อให้รู้ถึงจำนวนคน (1 คน) การจัดวางอุปกรณ์(ปลั๊กไฟสีเหลือง) ควรปรับปรุง เพราะถ่ายภาพไม่สวย การเสิร์ฟน้ำ ไม่ควรมีแก้ว เพราะวิทยากรไม่สะดวกเปิดดื่มยาก เล่มในคำกล่าวควรเปลี่ยนเนื่องจากเป้นการยืนกล่าวของท่านผอ.ดูไม่ค่อยสะดวก (1 คน) อยากให้จัดอย่างต่อเนื่อง (1 คน) ดีมากครับ สนับสนุน (1 คน) อยากให้จัดกิจกรรมด้านความรู้ประวัติศาสตร์และงานศิลปะประดิษฐ์บ่อยๆ (1 คน) จัดกิจกรรมแบบนี้บ่อยๆ (1 คน) ขอให้ทางหอสมุดจัดกิจกรรมบ่อยๆหัวข้อให้มีความหลากหลาย (1 คน) ควรจัดต่อเนื่องหากมีแผ่นฟิล์มเกี่ยวข้องกะบการเสด็จประพาสต่างประเทศ ถ้าเป้นไปได้ อยากชมภาพยนต์ “แหวนวิเศษ” ที่พระองค์ทรงถ่ายทำ (1 คน) อยากให้จัดในหัวข้อการเตรียมตัวเพื่อพระราชทานรัฐธรรมนูญแบละการแก้สนธิสัญญาจากต่างชาติ ในสมัย ร.7 ผ่านหลักฐานต่างๆ (1 คน) อยากให้จัดเสวนาแบบนี้ ในเรื่องการเสด็จครั้งอื่นพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ต่อไป (1 คน) อยากให้มีตราประทับเยอะๆ (1 คน)

         2. กิจกรรมชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7    
         ผลการประเมินผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 24 คน นำผลมาวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดังนี้
         ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
         2.1 สถานภาพ พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7 ส่วนใหญ่มีสถานภาพเป็นบุคคลทั่วไป/อื่น ๆ จำนวน 14 คน ร้อยละ 58.33 รองลงมาเป็นนักศึกษาปริญญาตรี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 3 คน ร้อยละ 12.50 ศิษย์เก่า จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 8.33 และบุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 1 คน ร้อยละ 4.17 แสดงเป็นตารางและแผนภูมิ ดังนี้

        2.2 อายุ พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7 ส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 20 – 30 ปี จำนวน 8คน คิดเป็นร้อยละ 33.32 รองลงมาเป็นช่วงอายุ 31 – 40 ปี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 ช่วงอายุ 51 – 59 ปี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 และช่วงอายุ 41 – 50 ปี จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 แสดงเป็นตารางและแผนภูมิ ดังนี้     

       ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมชมภาพยนตร์ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 7
      ผลวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจต่อกิจกรรม พบว่า มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในภาพรวมระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีความพึงพอใจในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยดังนี้ คือ ความเหมาะสมของระยะเวลาการจัดกิจกรรม/โครงการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 ความเหมาะสมของรูปแบบการจัดกิจกรรม/โครงการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.25 การได้รับประโยชน์/สอดคล้องกับความต้องการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 การนำความรู้มาปรับใช้และพัฒนาการดำเนินงาน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 ความเหมาะสมของระยะเวลาการจัดกิจกรรม/โครงการ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.04 การประชาสัมพันธ์/แจ้งข่าวสารของกิจกรรม ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83

ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
        ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะอื่น ๆ จำนวน 4 คน นำเสนอในประเด็นดังนี้ คือ น้องบรรณารักษ์แนะนำดีมาก อธิบายเล่าความเป็นมาเป็นไปสั้นๆทำให้น่าสนใจมากขึ้น ช่องทางประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร นิทรรศการพิเศษ ควรเผยแพร่และควรจัดบ่อยๆเป็นนิทรรศการหมุนเวียน (1 คน) กลิ่นภายในห้องอับไปหน่อยค่ะ (1 คน) อยากให้ฉายลง TV ด้านล่างให้คนที่ผ่านไปมา-ได้รับชมด้วย และเพิ่มการประชาสัมพันธ์ในแพร่หลายมากขึ้น (1 คน)  อยากให้แจกของที่ระลึก มีขนมและน้ำไว้ทานระหว่างดู (1 คน)  

สรุป    
  โครงการเสวนาการเสด็จประพาสอินโดจีนของรัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2473 บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของตัวชี้วัดโครงการ ในด้านตัวชี้วัดเชิงปริมาณ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 74 คน ด้านตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในภาพรวม ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.48) และประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้ ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 4.38)

photo

ภาพกิจกรรม

ข้อมูลนี้มีประโยชน์หรือไม่

Thanks for your feedback!
Shopping Basket
   หอสมุดวังท่าพระ
   หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
   หอสมุดวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
   สำนักงานสำนักหอสมุดกลาง