ผีในวัฒนธรรมไทย
ผี! สิ่งที่มองไม่เห็น แต่อยู่กับมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งสักการะบูชา สิ่งที่น่าสะพรึ่งกลัว และสิ่งบันเทิงที่สร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทย ในช่วงเทศกาล Halloween นี้ Reader SU ขอพาทุกท่านไปสัมผัสเรื่องราวความสยองขวัญผ่านหนังสือเรื่อง
“ผีในวัฒนธรรมไทย โดยกรมศิลปกร จัดพิมพ์ขึ้นในปี 2568”
หนังสือขนาดมาตรฐาน ความหนา 479 หน้า พร้อมภาพประกอบแบบขาวดำ
เนื้อหาภายในเล่มเป็นการรวบรวมบทความเกี่ยวกับผีจากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ มีทั้งที่เป็นบทความประกอบการเสวนาวิชาการเรื่อง ผี: นานาสาระความเชื่อในวัฒนธรรมไทย ที่สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม 2566 และเนื้อหาที่เรียบเรียงใหม่ รวมแล้วมีบทความทั้งหมด 16 บทความ จาก 17 นักวิชาการ พร้อมมีการจัดกลุ่มเนื้อหาของบทความโดยแบ่งเป็น 5 ด้านด้วยกัน คือ ด้านคติชนวิทยา ด้านนิเทศศาสตร์ ด้านโบราณคดี ด้านประวัติศาสตร์ และด้านมานุษยวิทยา ทุกบทความมีการนำเสนอความเป็นผีในมิติต่าง ๆ ในรูปแบบงานวิชาการได้อย่างน่าสนใจ
- เนื้อหาที่น่าสนใจ -
จากหนังสือผีในวัฒนธรรมไทย
เปิดมาที่บทความแรกทำให้ประทับใจมากกับบทความด้านคติชนวิทยา เรื่อง ผีในคติชนวิทยาของไทย โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณสุกัญญา สุจฉายา ซึ่งบอกเล่าถึงความหมายของผี ประเภทของผีว่ามีกี่ประเภท ผีดีที่คนให้ความเคารพนับถือ ซึ่งมีด้วยกัน 5 ประเภทมี อะไรบ้าง หรือผีร้ายที่เชื่อกันว่าจะทำอันตรายต่อมนุษย์ มี 4 ประเภท อะไรบ้าง ซึ่งผู้เขียนได้รวบรวมผีทั่วฟ้าเมืองไทยมาและแบ่งเป็นประเภทผีไว้อย่างเรียบร้อย เช่น ผีปอบ ผีกระสือ จัดอยู่ในประเภทผีร้ายแบบเข้าสิงร่างคน ผีห่า ผีแม่หม้าย ผีตายท้องกลม จัดอยู่ในผีร้ายแบบ ทำให้คนตายอย่างรวดเร็ว แบบนี้เป็นต้น
และที่ชอบที่สุดในบทความนี้เลยก็คือมีการรวบรวมวิธีการป้องกันผีมาให้ได้อ่านกัน หนึ่งในนั้นคือการใช้พืช ต้นไม้ ใบไม้ เพื่อป้องกันผี โดยในแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกันไป เช่น ภาคกลางก็จะใช้ใบหนาด ใบสาบแร้งสาบกา กิ่งต้นสลัดได ซึ่งกิ่งต้นสลัดไดนี้ในอดีตตามบ่อนการพนันจะนิยมห้อยไว้ที่ประตูทางเข้า เพราะเชื่อว่าจะป้องกันผีและอาคมของคนที่เข้ามาใช้เล่ห์เหลี่ยมในบ่อนได้ หรืออย่างภาคอีสานจะปลูกพลับพลึงกันผีแม่ม่าย ใช้หนามพุทราสะไว้ตามร่องกระดานบ้านคนที่คลอดลูกป้องกันผีกระสือ ทางล้านนาจะนำเอาใบส้มป่อย ฝักส้มป่อยเดือน 5 ใส่ในน้ำมนต์ และวิธีอื่น ๆ ตามคติความเชื่อ
แต่ถ้าป้องกันแล้วผียังจะมาอีก ในบทความได้รวบรวมวิธีไล่ผีไว้ วิธีที่ทำง่ายสุด ๆ และถูกนำเสนอเป็นวิธีแรกคือ
“
เมื่อเจอผี ให้แก้ผ้า เชื่อกันว่าผีจะอายและหนีไป
“
ก็นับว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับผมนะ เจอผีหลอกนึกบทสวดมนต์ไม่ออกก็ลองแก้ผ้าดู และวิธีอื่น ๆ เช่นสวดมนต์ สวดพระคาถา ใช้ผู้มีอาคม หมอผี หมอธรรม และการใช้พระภิกษุช่วยขับไล่ให้
บทความผีในด้านประวัติศาสตร์ก็มีที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่น ผีในเอกสารโบราณ โดยคุณพิมพ์พรรณ ไพบูลย์หวังเจริญ นักอักษรศาสตร์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร ที่รวบรวมหลักฐานจากเอกสารโบราณที่กล่าวถึงผีหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดจากอำนาจของผี ยกมาจากเอกสาร 3 ประเภทด้วยกันคือ ศิลาจารึก คัมภีร์ใบลาน และ หนังสือสมุดไทย
อย่างศิลาจารึกที่เป็นที่รู้จักของทุกคนอย่าง จารึกพ่อขุนรามคำแหง ก็มีการจารึกเรื่องผี อย่างพระขพุง ผีเทวดาในเขาอันเป็นใหญ่กว่าผีทั้งปวง ถ้าผู้ปกครองสุโขทัย ไหว้ดี พลีถูก ก็จะส่งผลดีต่อบ้านเมือง แต่ถ้าไม่ก็จะส่งผลร้ายแก่บ้านเมืองเช่นกัน และก็ยังมีจารึกวัดช้างล้อมจารึกปู่ขุนจิตขุนจอด ซึ่งผู้เขียนก็ได้ถอดจากภาษาโบราณเป็นภาษาปัจจุบันและให้ข้อสังเกตไว้ว่าเอกสารประเภทจารึกนี้มักจะกล่าวถึงผีในฐานะของผีบรรพบุรุษ เทวาอารักษ์ ที่คนยุคนั้นให้ความเคารพบูชาและเชิญมาเป็นสักขีพยานเมื่อกระทำสัตย์สาบาน
ทางด้านเอกสารโบราณอย่างคัมภีร์ใบลาน ก็มีการกล่าวถึงผีในแง่ของผู้ที่ทำให้เกิดเหตุต่างๆ เป็นนิมิตหมายบอกเหตุ อย่างในคัมภีร์ใบลานเรื่อง ตำนานเมืองเชียงใหม่ ที่บันทึกด้วยอักษรธรรมล้านนา ถึงเหตุอัปมงคล แสดงลางร้าย เนื่องด้วยลัทธิผีโป่งป่าท่าถ้ำดอยหลวง เช่น จ.ศ. 1129 ต้นลานแตกยอดเป็น 7 ก็เกิดมีทัพพม่ายกมาตีเชียงใหม่ จ่าบ้านอพยพหนีไปเมืองลี้ จ.ศ. 1187 กบ เขียด คางคกยกพวกเข้าเมืองทางประตูช้างม่อยมากมายจนแน่นปิดถนนหนทาง คนต้องเดินบนหลังกบ นกยางรบกัน นกแร้งนกกระทุงมาบินร่อนอยู่เหนือเมือง ก็เกิดเหตุ โรคห่า “ขี้ฮากสองกอง” มีผู้คนล้มตายมากมาย อันเป็นความเชื่อเรื่องผีที่ทำให้เกิดอาเพศต่าง ๆ เพื่อเตือนล่วงหน้าให้ได้รับรู้รับมือแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น
ในส่วนของเอกสารโบราณประเภทหนังสือสมุดไทยที่บันทึกถึงผี ส่วนใหญ่ผู้เขียนเรียบเรียงมาจะเป็นตำราคาถาอาคมและคำอ่านไล่ผี เชิญผี ตัวอย่างของการปราบผีแบบดุดัน จาก “ตำราคาถาอาคมว่าด้วย คาถาขับผีทุกประเภท” ของหอสมุดแห่งชาติ ใจความว่า
“๐โอมกูจะขับฝูงผีดีสาตอันสิงสู่อยู่ในตัวคนทั้งหลายสูเร่งออกไปจากคนทั้งหลาย มึงหมีรู้ว่ากูเป็นลูกพระขันไชย กูเปล่งตาไปหัวมึงจะแตกไปเจ็ดภาคกระเด็นออกจากกาย๐”
หรือการใช้วาจาอ่อนหวานอ้อนวอนผีให้ลงหม้อ ใน “ตำราโองการกล่อมผีลงหม้อ” ที่ใช้คำหวานเรียก “๐ นางพรายเจ้าเอย พี่รักน้องเสมอหนึ่งช้างรักงา เสมือยังปลารักน้ำ พี่รักเสมือยังราชสีห์รักถ้ำ ๐” จะเรียกว่าหว่านล้อมให้หลงรักและจับลงหม้อ
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบทตอนที่เกี่ยวกับผีซึ่งผู้เขียนได้คัดมาจากเอกสารโบราณของไทยที่ทำให้เราได้เห็นการอยู่ร่วมกับผีในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บรรพชนที่เคารพ หรือในฐานะผู้สื่อสารแจ้งเหตุที่จะเกิดขึ้นผ่านการแสดงอาเพศ ลางร้ายต่าง ๆ กระทั่งวิชาความรู้ในการควบคุมจัดการไม่ให้ผีกระทำอันตรายแก่คน
ที่เล่ามา 2 บทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งใน 16 บทความเท่านั้น ยังมีอีกหลายบทความที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นทางด้านนิเทศศาสตร์ ที่นำเอา ภาพยนตร์ผีที่เป็น Soft Pawer ที่ประสบความสำเร็จของไทย อย่าง “ร่างทรง” ของค่าย GDH มาวิเคราะห์ในเชิงวิชาการถึงมิติของการผสมผสานรูปแบบการนำเสนอ มิติการผสมผสาน Genre ภาพยนตร์
เรื่องผีในความบันเทิงเเบบไทยๆ อย่าง ความเชื่อเรื่องผีในงานสังคีตศิลป์ไทย ที่จะทำให้คุณอ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมดนตรีไทย นางรำ ถึงกลายมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตซ้ำสื่อผี หรือเรื่องเล่าที่น่ากลัว
หรือทางด้านโบราณคดีก็มีมิติที่น่าสนใจอย่างบทความของ ศ.ดร.รัศมี ชูทรงเดช อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรของเรา ที่กล่าวถึงภูมิทัศน์ความตายในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่นำเอาหลักฐานจากการค้นพบทางโบราณคดีมาอธิบายถึงความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายของมนุษย์ในยุคก่อน
อีกทั้งเรื่องราวของผีที่ถูกปรับปรุงพัฒนา ลดบทบาท เปลี่ยนสถานะไม่ตามการเปลี่ยนแปลงและอำนาจของชนชั้นปกครองเรียกว่าเรื่องการเมือง ผีก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
รวมทั้งด้านมานุษยวิทยา เรื่องผีที่รู้สึก ของอาจารย์ นัฐวุฒิ สิงห์กุล อาจารย์ประจำคณะโบราณคดีที่เรียกว่าเป็นบทความส่งท้ายเล่มที่สรุปให้เข้าใจว่าทำไม ผีถึงยังคงอยู่กับเราตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาตร์ จนถึงยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้า
-เนื้อหาภาพรวมและจุดเด่น -
จากหนังสือผีในวัฒนธรรมไทย
โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้ทำให้เราได้รู้จักผีในมิติต่าง ๆ ผ่านงานเขียนทางวิชาการที่ผ่านการสืบค้นรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สังเคราะห์และเรียบเรียงมาเป็นอย่างดี
ความโดดเด่นคือการเป็นงานวิชาการที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้น ๆ ทำให้ได้งานวิชาการที่แข็งแรง และการมีผู้เขียนหลายคนก็ทำให้ผู้อ่านได้เสพวิธีการนำเสนอที่หลากหลาย แต่ด้วยความเป็นงานวิชาการเองก็อาจจะทำให้เนื้อหาหนักไปบ้างสำหรับผู้อ่านทั่วไป
-ความรู้สึกหลังอ่าน -
จากหนังสือผีในวัฒนธรรมไทย
สำหรับผีในวัฒนธรรมไทยเล่มนี้ถือเป็นงานวิชาการที่เหมาะกับผู้ค้นคว้าข้อมูลทางความเชื่อเรื่องผีหรือต้องการใช้ในการอ้างอิงในเชิงวิชาการ รวมถึงผู้ที่กำลังมองหาบทความคุณภาพที่เกี่ยวกับผีในมิติของ ประวัติศาตร์ โบราณคดี คติชนวิทยา มานุษยวิทยา และนิเทศศาสตร์ แนะนำเล่มนี้เลยครับ สำหรับผีในวัฒนธรรมไทย
มีให้บริการที่ หอสมุดวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร
และสามารถหาซื้อได้ที่ “ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร”
หรือสั่งซื้อหนังสือทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. (2568). ผีในวัฒนธรรมไทยไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.