สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง กับชุดไทยพระราชนิยม
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้ที่ให้กำเนิดและฟื้นฟูผ้าไหมไทยให้กลับมาเป็นที่ยอมรับและสร้างอาชีพแก่ราษฎรอย่างยั่งยืน โดยจุดเริ่มต้นสำคัญมาจากพระราชหฤทัยที่ผูกพันในผ้าไหมมัดหมี่ เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “พระคู่หมั้น” ซึ่งผู้ที่ติดตามข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์มักจะได้เห็นว่าทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าซิ่นมัดหมี่ในการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อยู่เสมอ
เมื่อปีพุทธศักราช 2498 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคอีสานเป็นเวลากว่า 19 วัน ทรงฉลองพระเนตรเห็นสตรีชาวบ้านนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่มารับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง ทรงพอพระราชหฤทัยในความงดงามและเสน่ห์ของผ้าทอเหล่านั้น จึงมีพระราชปฏิสันถารกับชาวบ้านที่มารอรับเสด็จด้วยความเรียบง่ายว่า “ผ้าสวย” เขาก็กราบบังคมทูลซื่อ ๆ ว่า “ผ้าของคนจนใส่นี่หรือสวย” ก็รับสั่งว่า “ชอบจริง ๆ ถ้าจะให้ทำให้จะได้ไหม” ได้รับคำกราบทูลต่อว่า “จะใส่หรือเปล่าจ๊ะ ถ้าใส่จริงฉันก็จะทำให้” จึงรับสั่งว่า “ใส่สิจ๊ะ” พระราชปฏิสันถารอันแสนเรียบง่ายในครั้งนี้ ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งในการทรงรับผ้าไหมมัดหมี่จากราษฎรมาใช้ และต่อยอดไปสู่การจัดตั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อสร้างอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่พสกนิกรในพื้นที่ชนบทนับแต่นั้น นอกจากจะทรงฟื้นฟูผ้าไหมมัดหมี่แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายประจำชาติ
ในปีพุทธศักราช 2503 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงมีกำหนดการที่จะตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ทรงพระราชดำริว่า แม้ไทยเราจะมีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมในการแต่งกายของไทยอยู่แล้ว แต่สตรีไทยก็ยังไม่มีเครื่องแต่งกายประจำชาติที่แน่นอน จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบเครื่องแต่งกายปรับปรุงแบบเสื้อที่สตรีไทยแต่งกันมาแต่โบราณให้เหมาะสม เพื่อทรงใช้เป็นชุดประจำชาติไทยระหว่างการเสด็จฯ ไปทรงเยือนต่างประเทศในครั้งนั้น ผลก็คือสตรีไทยได้มีชุดประจำชาติที่สง่างามไว้ใช้ในโอกาสต่าง ๆ มาจนทุกวันนี้ เรียกกันว่า “ชุดไทยพระราชนิยม” โดยชื่อชุดจะเกี่ยวกับพระที่นั่งหรือพระตำหนักซึ่งมีความสอดคล้องกันกับโอกาสและความเหมาะสม ดังนี้








ชุดไทยเรือนต้น
ตั้งชื่อตามพระตำหนักเรือนต้นในพระราชวังดุสิต เป็นชุดไทยแบบลำลองใช้ในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ลักษณะเป็นผ้าซิ่นป้ายยาวจรดข้อเท้า เสื้อคอกลม แขนสามส่วน ผ่าอก กระดุมห้าเม็ด ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้น ใช้ได้หลายโอกาส เช่น ไปทำบุญ ไปงานมงคล เป็นต้น
ชุดไทยจิตรลดา
ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในพระราชวังดุสิต เป็นชุดที่ใช้ในพิธีกลางวัน ลักษณะทั่วไปคล้ายชุดไทยเรือนต้น แต่ต่างกันตรงคอเสื้อที่มีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือและผ้าซิ่นป้าย เป็นผ้าไหมมีเชิงยกดอกทั้งผืน ใช้เครื่องประดับตามควร
ชุดไทยอมรินทร์
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานกลางคืน มีลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา แต่เย็บด้วยผ้ายกไหมที่มีทองแกม หรือยกทองทั้งตัว ใช้เครื่องประดับที่สวยงาม
ชุดไทยบรมพิมาน
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน ตัวเสื้อแขนยาว คอกลม มีขอบตั้ง ซิ่นจีบหน้านาง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว ตัวเสื้อและซิ่นอาจเย็บติดเป็นชุดเดียวกันเพื่อความสวยงามก็ได้ คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย
ชุดไทยจักรี
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง มีสไบสำเร็จ จะเป็นสไบปักหรือไม่ปักก็ได้ ตัดเย็บติดกับท่อนล่างซึ่งเป็นซิ่นจีบหน้านาง เป็นผ้าไหมยกทองทั้งตัวหรือยกเฉพาะเชิง คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย
ชุดไทยดุสิต
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศตอนกลางคืน ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้าซิ่นจีบหน้านาง เสื้อคอกลมกว้างไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย
ชุดไทยศิวาลัย
ตั้งชื่อตามสวนศิวาลัย ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีทั้งกลางวันและกลางคืน มีลักษณะเหมือนชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ปัจจุบันใช้ในงานพระราชพิธีหรืองานพิธีเต็มยศ
ชุดไทยจักรพรรดิ
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง มักใช้ในงานพระราชพิธีเต็มยศตอนกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง ห่มผ้าสองชั้น ชั้นในมักเป็นสไบจีบและห่มสะพักทับ ผ้าซิ่นยกทองจีบหน้านาง ลักษณะเหมือนชุดไทยจักรี คาดเข็มขัดและตกแต่งด้วยเครื่องประดับที่สวยงาม
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงเริ่มต้นจากพระราชหฤทัยที่ผูกพันใน “ผ้าสวย” ของราษฎร จนกลายเป็นจุดกำเนิดของ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่สร้างอาชีพและความภาคภูมิใจที่ยั่งยืนให้แก่คนไทย พระองค์ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูผ้าไหมให้กลับมามีชีวิต แต่ยังทรงสถาปนา “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งเอกลักษณ์และความสง่างามของสตรีไทยในเวทีโลก
วันนี้การสวมใส่ผ้าไหมและการอนุรักษ์ชุดไทย จึงเป็นมากกว่าการแต่งกาย แต่คือการน้อมรำลึกในพระเมตตา และสืบสานพระราชปณิธานของ “พระมารดาแห่งไหมไทย” ให้มรดกอันล้ำค่านี้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป
💬 หากสนใจต้องการอ่านหนังสือหรือวารสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สามารถเข้ามาเลือกหาเลือกอ่านกันได้ที่หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์กันได้เลยค่ะ โดยสามารถสืบค้นได้ที่ http://www.opac.lib.su.ac.th/
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. (2548). สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ : จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547 เล่ม 1. คณะกรรมการฯ.
มูลนิธิพัฒนาไท. (2564). 20 ปี ธนาคารสมอง : พลังอาสาร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียม.
สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ. (2552). ไหมไทย : สายใยแผ่นดิน.
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ และ วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ (บรรณาธิการ). (2564). 88 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง : เรียงร้อยรักจากใจไทยทั้งชาติ (พิมพ์ครั้งที่ 2). สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชน.
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ “พี่พร้อม” ได้ที่
Email : sus.ref2011@gmail.com
Website : http://www.snc.lib.su.ac.th
Facebook Fanpage : หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
Instagram : suslibrary
X : suslibrary
Tiktok : suslibrary
Tel : 081-3272881